|

ส่องกลยุทธิ์ ReconKering แผนรีเซ็ตที่เดิมพันอนาคตของ Kering

ในวันที่โลกของลักชัวรีกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ การก้าวเข้ามาของ Luca de Meo ที่ Kering จึงไม่ใช่แค่การขยับหมากเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอก แต่มันคือการรื้อโครงสร้างหลังบ้านเพื่อแก้ปัญหาที่หยั่งรากมานาน หลังเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2025 De Meo ได้ใช้เวลาซุ่มวางแผนจนตกผลึกเป็นยุทธศาสตร์ “ReconKering” ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ฟลอเรนซ์เมื่อ 16 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ต่อหน้านักลงทุนและสื่อทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับ Kering ไปสู่การเป็นผู้เล่นหลักในยุคลักชัวรีระลอกใหม่

ปรับสมดุลระบบหลังบ้าน เพื่อคืนอิสระให้ความคิดสร้างสรรค์

ยุทธศาสตร์ ReconKering คือการดึง Kering กลับมาตั้งหลักใหม่ด้วยการฟื้นความชัดเจนในทุกมิติ ตั้งแต่การจัดระเบียบคนไปจนถึงการเพิ่มวินัยในการทำงาน เพื่อให้องค์กรกลับมามีแรงฮึดในระยะยาว แต่สิ่งที่ De Meo ให้ความสำคัญที่สุดคือการทำให้แบรนด์กลับมามีเสน่ห์จนคนอยากครอบครองเพราะในโลกแฟชั่น ความน่าปรารถนาคือฟันเฟืองเดียวที่จะสร้างการเติบโตได้อย่างแท้จริง

สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของแผนนี้คือการสร้าง “แพลตฟอร์มกลางของกลุ่ม” (Group Platform) ขึ้นมาช่วยดูแลงานหลังบ้านที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องการผลิต เทคโนโลยี และข้อมูลลูกค้า ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อให้แบรนด์ต่างๆ ขยับตัวได้คล่องแคล่วและแม่นยำขึ้น โดยที่ฝั่งดีไซน์เนอร์ยังคงมีอิสระในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่เหมือนเดิมครับ

Gucci และโจทย์เรื่องการเรียกคืนความขลังและเสน่ห์ของแบรนด์

สำหรับหัวหอกสำคัญอย่าง Gucci ที่ยังเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนกลุ่ม โจทย์ที่ท้าทายที่สุดคือการปลุก “ความน่าปรารถนา” ให้กลับมาทรงพลังอีกครั้ง โดย De Meo มุ่งเน้นไปที่การทำให้ตัวตนของ Gucci คมชัดขึ้นกว่าเดิม ด้วยการหยิบเอาดีเอ็นเอที่เป็นตำนานของแบรนด์มาตีความใหม่ เพื่อให้งานออกแบบทุกชิ้นสะท้อนเอกลักษณ์ที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็น Gucci ทันที

นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว กลยุทธ์นี้ยังรวมไปถึงการยกเครื่องโครงสร้างสินค้าใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องหนัง เสื้อผ้า รองเท้า ไปจนถึงเครื่องประดับ ให้มีความสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกันและดูทันสมัยมากขึ้น พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพวัสดุและการผลิตให้สมกับความเป็นแบรนด์ไฮเอนด์ ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบระบบการขายและการกระจายสินค้าใหม่ เพื่อให้ภาพรวมของแบรนด์กลับมาแข็งแกร่งและสง่างามในทุกมิติครับ

การปรับทิศทางรายแบรนด์และขยายตลาด

ในขณะเดียวกัน แบรนด์อื่น ๆ ในเครือก็มีการปรับทิศทางตามบทบาทที่แตกต่างกัน โดย Saint Laurent เดินหน้าขยายอิทธิพลด้านแฟชั่นและเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเอเชีย ผ่านไลน์สินค้าทั้งเครื่องหนังและเสื้อผ้าผู้ชาย ขณะที่ Bottega Veneta ตอกย้ำจุดยืนความหรูแบบเงียบ (quiet luxury) ที่เน้นงานฝีมือ ความเรียบ และคุณค่าระยะยาว

ด้าน Balenciaga ยังคงทำหน้าที่เป็นแบรนด์ที่เชื่อมโลกแฟชั่นเข้ากับคนรุ่นใหม่ โดยมุ่งพัฒนาไลน์ผู้หญิงและเครื่องหนังให้แข็งแรงขึ้น ควบคู่กับการขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากเอเชีย ส่วน McQueen ถูกปรับโฟกัสไปที่อัตลักษณ์ความเป็นอังกฤษด้านการตัดเย็บ โดยเน้นเสื้อผ้าผู้หญิง ชุดทางการ และงานเทเลอริ่งเป็นหลัก พร้อมปรับโครงสร้างให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ Kering ยังเปลี่ยนวิธีเล่นในตลาดจีน จากเดิมที่เน้นปริมาณ มาเป็นการเน้นคุณภาพด้วยการอัดฉีดงบการตลาดเพิ่มขึ้นในระดับตัวเลขสองหลัก เพื่อตอกย้ำภาพจำของแบรนด์ ควบคู่ไปกับการลงทุนในแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Icicle เพื่อศึกษาวัฒนธรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็เริ่มส่งไม้ต่อไปยัง “ตลาดเติบโตระยะถัดไป” ที่มีศักยภาพสูง เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และตะวันออกกลาง เพื่อเป็นหลักประกันการเติบโตในระยะยาว

Beauty & Wellness: ขยายบทบาทของธุรกิจความงามและสุขภาพ

อีกก้าวที่น่าตื่นเต้นคือการจับมือกับ L’Oréal ปั้นโปรเจกต์ในกรอบความร่วมมือด้าน Wellness และ Longevity โดยมีเป้าหมายพัฒนาแนวคิด Urban Longevity Centers ที่หลอมรวมความงาม ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพเข้าด้วยกัน เป็นการนำความล้ำหน้าทางวิทยาศาสตร์มาผสานกับประสบการณ์บริการระดับลักชัวรี เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองแบบองค์รวม

TFC Thoughts: ท้ายที่สุดแล้ว ท่ามกลางยุทธศาสตร์ที่วางมาอย่างแม่นยำ ความท้าทายที่แท้จริงกลับอยู่ที่ตัวของ Luca de Meo ในฐานะคนที่โตมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่วัดกันด้วยตัวเลขและประสิทธิภาพ เขาจะสามารถนำ “ไม้บรรทัด” นั้นมาใช้วัดค่าในโลกแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย “อารมณ์” และ “ความขลัง” ได้อย่างไร?

ReconKering จึงเป็นเหมือนบททดสอบครั้งใหญ่ ว่าตรรกะของนักบริหารจะสามารถหลอมรวมเข้ากับจินตนาการของแฟชั่นได้แนบเนียนแค่ไหน เพราะในโลกปี 2026 การฟื้นฟูแบรนด์ให้กลับมาผงาด ไม่ได้จบลงที่ตัวเลขกำไรในบัญชีเท่านั้น แต่มันคือการทำให้ผู้คนกลับมาตกหลุมรักในมนต์เสน่ห์ของแบรนด์ได้อีกครั้งหรือไม่ นั่นคือเดิมพันที่แท้จริง

ข้อมูล : Kering, Vogue

รูป : Kering

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *