Dior สานต่อโปรเจกต์กับ UNESCO “Women@Dior” ปั้นผู้นำหญิงและงานคราฟต์สู่อนาคต

ภาพ : Women@Dior โดย Thomas Chene
Dior ประกาศต่อสัญญาความร่วมมือระยะยาวกับ UNESCO ในโครงการ Women@Dior เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำหญิงรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการสืบทอดทักษะชั้นสูง หรือ Savoir-faire โดย Delphine Arnault (CEO ของ Dior) ระบุว่า ความร่วมมือนี้คือการเปลี่ยนคุณค่าที่มีร่วมกัน ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการศึกษาและการส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อสร้างพลังให้ผู้หญิงเติบโตและมีบทบาทในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพ : Women@Dior โดย Thomas Chene
เครือข่ายระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยการเรียนรู้
ความโดดเด่นของโครงการนี้คือการเป็นมากกว่าโปรแกรมพี่เลี้ยง แต่เป็นเครือข่ายระดับโลกที่เชื่อมต่อการศึกษาเข้ากับประสบการณ์จริง ปัจจุบันโครงการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษากว่า 75 แห่งทั่วโลก และสนับสนุนผู้หญิงมาแล้วกว่า 2,800 คน จากกว่า 60 ประเทศ และเกือบ 90 สัญชาติ สะท้อนถึงความหลากหลายในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
สำหรับผู้สมัครในปีล่าสุด มีจำนวนสูงถึง 12,000 คน แต่มีเพียง 300 คนเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่โปรแกรม ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงความเข้มข้นและศักยภาพของเครือข่ายนี้
จังหวะเวลานี้ยังถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะในปี 2027 โครงการจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ประจวบเหมาะกับการครบรอบ 80 ปีของ Dior เป็นการเชื่อมโยงระหว่างมรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ และ อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
ในอีกมุมหนึ่ง การเปิดกว้างของโครงการในระดับนานาชาติ ยังสะท้อนโอกาสของคนรุ่นใหม่จากหลากหลายภูมิภาค รวมถึงเอเชีย ในการเข้าถึงเครือข่ายและประสบการณ์ระดับโลก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพสู่เวทีสากล
TFC Thoughts : หากมองลึกลงไป เราจะเห็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะแม้ผู้หญิงจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ตั้งแต่งานฝีมือในชุมชนไปจนถึงภาพลักษณ์บนเวทีแคทวอล์ค แต่ในโลกของ “การบริหารระดับสูง” พื้นที่ตัดสินใจส่วนใหญ่กลับยังไม่ได้เป็นของผู้หญิงมากนัก การเคลื่อนไหวของ Dior ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่โปรเจกต์สร้างภาพลักษณ์ทั่วไป แต่มันคือความพยายามปรับสมดุลอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้หญิงก้าวขึ้นมามีบทบาทนำในระดับสากลได้จริงผ่านกระบวนการถ่ายทอดประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายชุมชนในระดับโลก
ในบ้านเราเอง ภาพนี้ชัดเจนมาก เพราะแบรนด์ไทยเก่งๆ ส่วนใหญ่มีผู้หญิงเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แถวหน้า ซึ่งสะท้อนว่าระบบนิเวศแฟชั่นบ้านเราค่อนข้างเปิดกว้างในระดับประเทศ แต่เมื่อต้องขยับไปสู้ในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นการบริหารธุรกิจข้ามชาติหรือการเข้าถึงทรัพยากรระดับสากล การมี “พื้นที่” และ “เครื่องมือ” ที่ช่วยต่อยอดศักยภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งที่ Dior ทำร่วมกับ UNESCO เลยเป็นเหมือนการสร้างทางลัดและอาวุธทางปัญญา เพื่อตอบโจทย์ใหญ่ของแฟชั่นวันนี้ว่า หากเราต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน เราจะสนับสนุน “คนทำงาน” ให้ไปได้ไกลที่สุดได้อย่างไร โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นกระดูกสันหลังหลักของทั้งงานฝีมือและเสน่ห์ของโลกแฟชั่นมาทุกยุคทุกสมัยครับ
ภาพปก: Thomas Chene
อ้างอิง: https://womenatdior.com/, https://www.unesco.org/en/articles/impactful-leadership-and-creative-futures-unesco-and-dior-renew-partnership-advance-womens

