รัฐไทยเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรก เริ่ม 1 ม.ค. 2026 อาจเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

Key Insights

  1. รัฐบาลประกาศยเริ่มจัดเก็บทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอากรขาเข้าตั้งแต่บาทแรกทันที ทำลายกำแพงราคาที่เคยได้เปรียบแบรนด์ไทย
  2. การคัดกรองสินค้า มอก./อย. จาก 5 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ช่วยกำจัดสินค้าด้อยคุณภาพ และบีบให้ทุกคนสู้กันด้วย “มาตรฐาน” เดียวกัน

นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกการยกเว้นอากรสำหรับสินค้านำเข้าออนไลน์มูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท โดยเริ่มจัดเก็บทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอากรขาเข้าตั้งแต่นามแรกทันที

จากการรายงานของ กรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า กรมศุลกากรได้บรรลุข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ 5 ยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์ม e-Commerce อย่าง Lazada, Shopee, TikTok Shop, SHEIN และ TEMU เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและประเมินภาษีอากรอย่างเป็นระบบ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับปริมาณพัสดุที่จ่อพุ่งสูงถึง 250 ล้านกล่องในปีนี้

ข้อมูลจากกรมศุลกากรชี้ให้เห็นว่า “สินค้ากลุ่มแฟชั่น” คือเป้าหมายหลักที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะ เสื้อผ้าและรองเท้าที่มีอัตราอากรขาเข้าสูงถึง 30% ส่วนกระเป๋าอยู่ที่ 20% เมื่อคำนวณทบกับ VAT 7% แล้ว ราคาสุทธิที่หน้า Checkout จะขยับขึ้นเกือบ 40% ทันที นี่คือการทำลายภาพลวงตาที่ว่าของนำเข้าต้องราคาถูกเสมอไป และบีบให้สนามแข่งขันกลับเข้าสู่จุดสมดุลในเชิงตัวเลขอีกครั้ง แต่นอกเหนือจากเรื่องราคา มาตรการนี้ยังเน้นไปที่ Social Protection โดยระบบจะช่วยคัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. หรือ อย. ออกจากระบบ ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นสินค้าเกรดต่ำที่เคยทะลักเข้ามาทำลายกลไกตลาดแฟชั่นไทยในอดีต

พันโทหญิง ดร.ธมกร ศุภธนรังสี รองประธานฝ่ายรัฐสัมพันธ์ บริษัท ลาซาด้า จำกัด ย้ำว่าในระยะยาวนโยบายนี้จะส่งผลดีต่อการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) การค้าออนไลน์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งการคัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกไปอย่างถาวรนั้น จะช่วย ‘คืนพื้นที่การมองเห็น’ ให้กับแบรนด์ไทยคุณภาพบนหน้าจอของผู้บริโภค

เพราะในอดีต อัลกอริทึมมักจะดันสินค้าที่ราคาถูกที่สุดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ จนเบียดบังแบรนด์ไทยที่มีตัวตนจริง การ ‘ทำความสะอาดตลาด’ ในครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่ผลิตอย่างถูกต้อง ได้ใช้พื้นที่สื่อสารคุณค่าไปถึงมือผู้บริโภคที่มองหาของจริงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

วินาทีพิสูจน์ “โอกาสที่แท้จริง”

สำหรับ THAI FASH COLLECTIVE เรามองว่านี่คือวินาทีที่แบรนด์ไทยจะได้พิสูจน์ศักยภาพ แบรนด์ที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมหรืองานหัตถศิลป์ (Craftsmanship) มีสิ่งที่แพลตฟอร์ม Ultra Fast Fashion เลียนแบบไม่ได้ คืออัตลักษณ์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มาตรการนี้คือฟันเฟืองสำคัญในการปรับโครงสร้างเพื่อ พึ่งพาตัวเอง ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย เมื่อแต้มต่อด้านราคาของสินค้านำเข้าหายไป มันคือนาทีที่ผู้ผลิตตั้งแต่ ต้นน้ำ อย่างโรงทอและช่างฝีมือ จะกลับมามีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอีกครั้ง

ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ปีที่ภาษีขยับตัว แต่คือโอกาสสำคัญในการดึงความสนใจของผู้บริโภคให้กลับมามองเห็นคุณค่าของงานไทย หากเราสามารถเชื่อมโยงงานคราฟต์จากต้นน้ำเข้ากับดีไซน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน และสร้างระบบนิเวศที่พึ่งพาวัตถุดิบในประเทศได้สำเร็จ นั่นคือวินาทีที่อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งจากภายในอย่างแท้จริง

อ้างอิง : กรุงเทพธุรกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *