Shopee ปรับค่าธรรมเนียมการขายปี 2026: สินค้าแฟชั่นอยู่ในกลุ่มค่าธรรมเนียมสูงสุด 17.12% แบรนด์ควรรับมืออย่างไร?

มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดย Shopee แจ้งการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมการขายใหม่ทั้งระบบ ครอบคลุมร้านค้าทุกประเภท ทั้งร้านค้าทั่วไปและร้านค้าทางการ โดยปรับเพิ่มขึ้น 1.5% ในสินค้าบางหมวดหมู่ ซึ่งหมวดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือสิ่งที่แบรนด์แฟชั่นไทยส่วนใหญ่พึ่งพาอยู่ นั่นคือเสื้อผ้าชายและหญิง

อ้างอิงจากตารางค่าธรรมเนียมในไฟล์แนบของ Shopee สำหรับร้านค้าทั่วไป (Non-Mall Sellers) อัตราค่าธรรมเนียมปรับจาก 5.89–13.38% เป็น 7.49–14.98% ส่วนร้านค้าทางการ (Mall Sellers) ปรับจาก 5.89–15.52% เป็น 7.49–17.12% โดยหมวดแฟชั่นอยู่ที่อัตราสูงสุดของทั้งสองกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกร้านที่รับผลกระทบเท่ากัน ร้านค้าขนาดเล็กที่มียอดขายไม่เกิน 10,000 บาทใน 30 วัน จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 0.5–1.5% ขณะที่ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อย่าง Payment Transaction Fee (3%) และ Platform Infrastructure Fee (1 บาทต่อออเดอร์) ยังคงเดิม โดยทาง Shopee ระบุว่าเงินที่ได้จะนำไปพัฒนาระบบโปรโมชั่น ยกระดับการขนส่งทั้ง Express และ Instant Delivery รวมถึง Shopee Coins และระบบ Facebook Affiliate Partnerships เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าในระยะยาว

แบรนด์แฟชั่นไทยได้รับผลกระทบอย่างไร?

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจดูไม่มากในสายตาคนนอก แต่สำหรับธุรกิจแฟชั่นที่แข่งขันด้านราคาอย่างเข้มข้น การเปลี่ยนแปลง 1-2% อาจหมายถึงกำไรที่หายไป ต้นทุนที่แบกหนักขึ้น และแรงกดดันในการตั้งราคาที่ไม่เคยหายไปไหน คำถามจึงไม่ใช่ว่า Shopee ปรับเท่าไร แต่คือแบรนด์ควรปรับตัวอย่างไรและควรคำนึงถึงอะไรบ้าง? Thai Fashion Directory อยากชวนแบรนด์มาลองทบทวนโครงสร้างของธุรกิจ เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบมากจนเกินไป

ทบทวนโครงสร้างราคาและกำไรต่อชิ้น

หลายแบรนด์ยังตั้งราคาโดยอิงต้นทุนการผลิตเป็นหลัก แต่ในวันที่ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา และต้นทุนการจัดส่งขยับขึ้นพร้อมกัน กำไรต่อชิ้นที่เคยคำนวณไว้อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป การรู้ให้ชัดว่าสินค้าแต่ละชิ้นทำเงินจริงเท่าไรหลังหักทุกอย่าง คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการปรับราคา ลดต้นทุน หรือตัดสินค้าบางตัวออก

ทบทวนแผนการตลาด

เมื่อค่าธรรมเนียมสูงขึ้น การทุ่มเงินซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มในแบบเดิมอาจไม่คุ้มค่าเหมือนก่อน เพราะทุกบาทที่จ่ายไปกับโฆษณา ยังต้องบวกกับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย นั่นหมายความว่าต้นทุนในการได้ลูกค้าหนึ่งคนสูงขึ้นโดยที่แบรนด์อาจไม่ทันสังเกต

แบรนด์ที่เริ่มกระจายงบการตลาดมาสู่ช่องทางที่สร้างผลในระยะยาวได้โดยไม่ต้องจ่ายซ้ำทุกครั้ง อาจได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เช่น การทำคอนเทนต์ที่คนค้นหาเจอเอง การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน LINE OA หรือการออกแบบโปรแกรมสมาชิกที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำโดยไม่ต้องรอแคมเปญลดราคา งบการตลาดที่ดีในยุคนี้ไม่ใช่การจ่ายให้มากที่สุด แต่คือการจ่ายในสิ่งที่แบรนด์เป็นเจ้าของผลลัพธ์ได้จริง

สร้างช่องทางของตัวเอง ควบคู่กับ Marketplace

การขายผ่าน Marketplace ยังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการหาลูกค้าใหม่ และไม่มีเหตุผลที่ต้องเลิกใช้ แต่การพึ่งพามันเป็นช่องทางเดียวคือความเสี่ยงที่แบรนด์หลายเจ้าเพิ่งได้เรียนรู้ การมีช่องทางขายตรงของตัวเอง เช่น เว็บไซต์หรือแอปของแบรนด์ ไม่ใช่แค่การกระจายความเสี่ยง แต่คือการสร้างอำนาจต่อรองในระยะยาว

ยอดขายบนแพลตฟอร์มไม่ได้แปลว่าแบรนด์เป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับลูกค้าคนนั้น ทุกครั้งที่อยากขายซ้ำ ก็ต้องจ่ายซ้ำ การสร้างฐานข้อมูลลูกค้าผ่านเว็บไซต์ LINE OA หรือโปรแกรมสมาชิก คือการเปลี่ยนรายจ่ายซ้ำซากให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่แบรนด์เป็นเจ้าของได้จริง และชุมชนที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบน Instagram กลุ่ม LINE หรืองาน event ที่แบรนด์จัด คือสิ่งที่ไม่มีแพลตฟอร์มไหนยึดคืนไปได้

แข่งขันด้วยคุณค่า ไม่ใช่ราคาเพียงอย่างเดียว

เมื่อต้นทุนการขายออนไลน์สูงขึ้น แบรนด์ที่แข่งด้วยราคาต่ำอย่างเดียวจะเจอแรงกดดันมากที่สุด และมีกำไรน้อยที่สุดในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ในทางกลับกัน แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน มีเรื่องราวที่คนอยากบอกต่อ และมีกลุ่มลูกค้าที่ผูกพันกัน ไม่จำเป็นต้องแข่งด้วยราคาเลย เพราะลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะถูกที่สุด แต่ซื้อเพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์นั้น แบรนด์แบบนี้คือแบรนด์ที่ยังกำหนดราคาของตัวเองได้ในวันที่ทุกอย่างแพงขึ้น

TFD’s Take: การปรับค่าธรรมเนียมของ Shopee ครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นสัญญาณให้แบรนด์ไทยหันมาสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างราคาที่รู้จริง ช่องทางที่เป็นของตัวเอง หรือชุมชนลูกค้าที่ซื้อเพราะเชื่อในแบรนด์ ไม่ใช่เพราะราคาถูกที่สุด Thai Fashion Directory พร้อมเป็นพื้นที่ให้แบรนด์แฟชั่นไทยได้มองเห็นกัน เรียนรู้จากกัน และเติบโตไปด้วยกัน แบรนด์ของคุณกำลังรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร? มาแชร์กันได้เลย

ภาพประกอบ : Canva, Shopee

สามารถอ่านรายละเอียดการขึ้นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้ที่ https://help.shopee.co.th/portal/4/article/77254

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *