In Conversation Ep.1 : เส้นทางอาชีพ Personal Stylist กับ ‘ภัส-พิมพ์ลภัส’ | The Art of Personal Styling with Pat-Pimlapat
ในโลกแฟชั่นที่หมุนไว “เสื้อผ้า” ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ปกปิดร่างกาย แต่มันคือเครื่องมือสื่อสารตัวตนที่มีประสิทธิภาพที่สุด
สำหรับตอนแรกของ In Conversation เราจะพาไปทำความรู้จักกับ คุณภัส-พิมพ์ลภัส สุขบรรจง Personal Stylist ผู้เปลี่ยนนิยามการแต่งตัวจากความสวยงามให้กลายเป็นการสร้างความมั่นใจในชีวิตจริง

เส้นทางอาชีพ Personal Stylist
สำหรับ คุณภัส-พิมพ์ลภัส สุขบรรจง เจ้าของช่อง TikTok @Patricialaaaa ที่มีผู้ติดตามกว่า 40,000 คน นิยามตัวตนของเธอในวันนี้คือ “นักแปลตัวตนผ่านเสื้อผ้า”
แม้เส้นทางอาชีพจะเริ่มต้นจากสาย Digital Marketing แต่ในชีวิตจริง คุณภัสคือคนที่เพื่อนๆ มักจะวิ่งมาหาเพื่อขอไอเดียการแต่งตัวอยู่เสมอ จนในที่สุดความหลงใหลนี้ได้ผลักดันให้เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทาง สไตลิสต์ส่วนตัว หรือ Personal Stylist อย่างเต็มตัว และสั่งสมประสบการณ์ในการปรับลุคและสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนมาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีเต็ม
TFC: จากสายงาน Digital Marketing อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกของ Personal Stylist อย่างเต็มตัว?
คุณภัส: เริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวเลยค่ะ ภัสชอบช่วยเพื่อนเลือกชุดแล้วมีความสุขทุกครั้งที่เห็นเขามั่นใจขึ้น จนวันหนึ่งไปเจอคำว่า ‘Personal Stylist’ ในสื่อต่างประเทศ เลยเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำอยู่มีชื่อเรียกอาชีพจริงๆ แม้ตอนเริ่มในไทยจะไม่มี Roadmap หรือหลักสูตรที่ชัดเจน ภัสเลยต้องใช้ประสบการณ์และความหลงใหลล้วนๆ ในการลองผิดลองถูกเพื่อสร้างมาตรฐานงานในแบบของตัวเองขึ้นมาค่ะ
ไม่ใช่แค่ ‘เลือกชุด’ แต่คือการออกแบบภาพลักษณ์ทั้งระบบ
TFC: หลายคนมักสับสนระหว่างสไตลิสต์กองถ่ายกับ Personal Stylist ในมุมของคุณ ความต่างที่สำคัญที่สุดคืออะไร?
คุณภัส: ทักษะแฟชั่นอาจไม่ต่างกันมาก แต่ “บริบท” คือคนละเรื่องเลยค่ะ การแต่งตัวให้ดาราไปออกงานมักจะมีโจทย์ที่ชัดเจนตามวาระนั้นๆ แต่สำหรับภัสที่มีลูกค้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่หน้ากล้อง เราทำงานกับ “ผู้คน” ที่ต้องออกไปใช้ชีวิตในโลกความจริงทุกวัน โจทย์จึงมีความเฉพาะตัวสูงมาก เพราะต้องทำความเข้าใจลึกลงไปถึงตัวตน วิถีชีวิต และสิ่งที่เขาอยากสื่อสาร หน้าที่ของภัสไม่ใช่การยัดเยียดสไตล์ของเราให้เขา แต่คือการนำตัวตนที่เขามีอยู่แล้ว มาปัดฝุ่นและเรียบเรียงใหม่ให้ชัดเจนและมั่นใจที่สุดในแบบที่เป็นเขาจริงๆ ค่ะ
TFC: ทราบมาว่าคุณมีกระบวนการที่เรียกว่า ‘Wardrobe Audit’ สิ่งนี้สำคัญอย่างไรต่อการสร้างภาพลักษณ์ใหม่?
คุณภัส: หลังจากที่เข้าใจตัวตนตั้งแต่วิธีใช้ชีวิตไปจนถึงความกังวลใจของเขาแล้ว เราจะนำข้อมูลมาแปลความเป็นภาษาแฟชั่นค่ะ ว่าเขาต้องการอะไร ขั้นตอนการทำ Wardrobe Audit จะเป็นการเข้าไปสำรวจและจัดการตู้เสื้อผ้าเดิมว่าชิ้นไหนควรไปต่อหรือชิ้นไหนควรพัก ก่อนจะขยับไปสู่การเลือกซื้อไอเท็มใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดได้อย่างตรงจุด ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ชุดที่สวยเพียงชั่วคราว แต่คือการวาง “ระบบการแต่งตัว” ให้ลูกค้าสามารถนำไปจัดการภาพลักษณ์ของตัวเองต่อได้อย่างยั่งยืน

ความเข้าใจมนุษย์ คือทักษะที่สำคัญกว่าพอๆกับทฤษฎีแฟชั่น
TFC: คุณคิดว่าทักษะอะไรที่สำคัญพอๆ กับทฤษฎีแฟชั่น?
คุณภัส: ทฤษฎีสีหรือเนื้อผ้าคือพื้นฐาน แต่ทักษะที่สำคัญพอกันคือจิตวิทยาการสื่อสาร ลูกค้าบางคนเดินมาหาเราพร้อมความไม่มั่นใจ หน้าที่ของเราจึงไม่ใช่แค่การเลือกเสื้อตัวสวยให้ใส่ แต่คือการทำให้เขาสบายใจที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะภาพลักษณ์ที่แข็งแรงต้องเริ่มมาจากความมั่นใจข้างใน โมเมนต์ที่ทำให้ภัสรู้สึกว่างานนี้ “ใช่” ที่สุด ไม่ใช่การเห็นใครใส่แบรนด์เนมแพงๆ แต่คือวันที่ลูกค้ากลับมาบอกว่า “ขอบคุณนะ วันนี้เรากล้าออกไปเจอคนมากขึ้นแล้ว”
TFC: ความท้าทายที่สุดในการทำอาชีพนี้คืออะไร?
คุณภัส: การสร้างความเชื่อใจค่ะ เพราะงานของภัสคือการเข้าไปจัดการพื้นที่ส่วนตัวอย่างตู้เสื้อผ้า ภัสเลยให้ความสำคัญกับการทำคอนเทนต์ใน TikTok มากๆ เพื่อสื่อสารว่า “วิธีคิด” ของเราเป็นแบบไหน และเราจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้ยังไง ความท้าทายจึงไม่ใช่การวิ่งหาเสื้อผ้าที่สวยที่สุด แต่คือการหาชุดที่ “ใช่ที่สุด” สำหรับคนตรงหน้าในวินาทีนั้นจริงๆ

ก้าวต่อไปของ Personal Stylist ในไทย
TFC: คุณมองอนาคตของอาชีพ Personal Stylist ในไทยไว้อย่างไร?
คุณภัส: ภัสเชื่อว่าเรากำลังจะได้เห็นการเติบโตของ ‘สไตลิสต์เฉพาะทาง’ (Specialized Stylist) ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสไตลิสต์สำหรับผู้บริหาร สไตลิสต์สายยั่งยืนที่เน้นการหมุนเวียนเสื้อผ้าเดิม หรือกลุ่มที่แม่นยำเรื่องทฤษฎีสีเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด เพราะคนไทยยุคใหม่ไม่ได้อยากแต่งตัวตามใคร แต่อยากดูดีในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด
TFC: สุดท้ายนี้ มีคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเดินบนเส้นทาง The Maker สาย Personal Stylist นี้ไหม?
คุณภัส: เริ่มจากคนรอบตัวก่อน ฝึก Mix & Match และอย่าหยุดอัปเดตทั้งเรื่องเทรนด์และจิตวิทยาคนค่ะ นอกจากนี้ “การสร้างตัวตน” ก็สำคัญมาก เราต้องทำให้โลกเห็นว่าเรามีความสามารถอะไร ถ้าคุณชัดเจนพอ โอกาสก็จะวิ่งมาหาเอง หรือจะเริ่มจากการทำ Portfolio แล้วลองสมัครฝึกงานกับแบรนด์แฟชั่นที่มีบริการ Personal Stylist ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียนรู้ระบบงานแบบมืออาชีพค่ะ
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้ศาสตร์ของ Personal Styling อย่างเป็นระบบ คุณภัสได้ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านการเปิดพื้นที่เรียนรู้เล็กๆ ในชื่อ PATRICIAHOOD เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่เธอเคยลองผิดลองถูกและสั่งสมมากว่า 4 ปี ให้กลายเป็นรากฐานที่แข็งแรงสำหรับสไตลิสต์รุ่นใหม่ โดยสามารถติดตามรายละเอียดและโปรเจกต์ต่าง ๆ ของเธอได้ทาง Instagram @PATRICIAHOOD.TH หรือ Tiktok @Patricialaaaa
เพราะสุดท้ายแล้ว ธุรกิจหรืออาชีพที่ยั่งยืนที่สุดอาจไม่ใช่การนำเสนอสิ่งที่แพงที่สุด แต่คือการ “ใส่ใจ” ลงไปในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างความประทับใจที่กินใจ จนผู้คนอยากกลับมาหาเราอีกครั้ง เหมือนกับที่ความใส่ใจของคุณภัสได้เปลี่ยนความมั่นใจให้กับลูกค้าของเธอนั่นเอง
Editor’s Note: ติดตามเรื่องราวของ “เหล่านักสร้างสรรค์” ที่ขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทยได้ในตอนต่อไปของ The Maker ทาง Thai Fashion Collective
.
.
.


