|

LVMH Prize เวทีแจ้งเกิดระดับโลกที่มากกว่าแค่การประกวดแฟชั่น

ในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีการแข่งขันสูง การสร้างแบรนด์ให้เติบโตในระดับสากลไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับดีไซเนอร์รุ่นใหม่หลายคน LVMH Prize คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของพวกเขาถูกจับตามองบนเวทีโลก โครงการนี้เริ่มขึ้นในปี 2013 ภายใต้การดูแลของกลุ่มบริษัทลักชัวรี่ระดับโลกอย่าง LVMH เพื่อเฟ้นหาและบ่มเพาะดีไซเนอร์ที่มีศักยภาพให้ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์แถวหน้าในอนาคต โดยความสำเร็จของเวทีนี้สะท้อนผ่านรุ่นพี่อย่าง Jacquemus, Marine Serre และ Nensi Dojaka ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าระบบของ LVMH สามารถผลักดันให้แบรนด์เติบโตได้จริงในเชิงธุรกิจ

สิ่งที่ผู้ชนะจะได้

สิ่งที่ทำให้ LVMH Prize แตกต่างจากการประกวดทั่วไปคือความหลากหลายของรางวัลที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนดีไซเนอร์ในแต่ละระดับ โดยรางวัลใหญ่ที่สุดคือ The LVMH Prize ที่ผู้ชนะจะได้รับเงินทุนสนับสนุนถึง 400,000 ยูโร ตามมาด้วย The Karl Lagerfeld Prize และรางวัลใหม่อย่าง The Savoir-Faire Prize (เริ่มในปี 2024) ที่เน้นความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ นวัตกรรม และความยั่งยืน ซึ่งทั้งสองรางวัลนี้จะได้รับเงินทุนสนับสนุน 200,000 ยูโร นอกจากนี้ยังมีรางวัลสำหรับ นักศึกษาจบใหม่ (Young Fashion Graduates) อีก 3 รางวัล ที่จะได้รับเงินทุนคนละ 10,000 ยูโร พร้อมโอกาสในการฝึกงานกับสตูดิโอออกแบบในเครือ LVMH เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

หัวใจสำคัญที่ผู้ชนะรางวัลหลักทั้งสามประเภทจะได้รับคือ โปรแกรม Mentorship ระยะเวลา 1 ปี โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก LVMH จะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในหลากหลายด้านที่แบรนด์รุ่นใหม่มักขาดแคลน ตั้งแต่การพัฒนาความยั่งยืน การสื่อสาร กฎหมายลิขสิทธิ์ ไปจนถึงการวางแผนการตลาดและการเงิน ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้เปรียบเสมือนทางลัดในการยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นมืออาชีพในระดับสากล

สำหรับเด็กไทยที่อยากประกวดบ้างต้องทำยังไง?

คุณสมบัติเบื้องต้นระบุว่าต้องมีอายุระหว่าง 18–40 ปี มีแบรนด์เป็นของตนเองและผลิตผลงานออกมาแล้วอย่างน้อย 2 คอลเล็กชัน โดยไม่จำกัดสัญชาติ ซึ่งในความเป็นจริงเวทีนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะเคยมีแบรนด์ไทยอย่าง NONGRAK ที่สามารถผ่านเข้าไปถึงรอบ Semi-final มาแล้ว ขั้นตอนการ สมัครมักจะเริ่มในช่วงปลายปีถึงต้นปีผ่านทางเว็บไซต์หลัก โดยผู้สมัครต้องนำเสนอทั้ง Portfolio และแนวคิดของแบรนด์ให้มีความชัดเจน หากผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบ 20 แบรนด์สุดท้าย จะมีโอกาสได้นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกโดยตรง

เกณฑ์ในกาาคัดเลือก คณะกรรมการมองหามากกว่าความสวยงาม แต่คือเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน มีความร่วมสมัย และที่สำคัญที่สุดคือศักยภาพในการขยายธุรกิจ ในยุคที่แฟชั่นไร้พรมแดน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงแค่ดีไซเนอร์ไทยสมัครได้ไหม แต่คือแบรนด์ของคุณพร้อมสำหรับเวทีโลกแล้วหรือยัง เพราะ LVMH Prize คือตัวเร่งสปีดการเติบโตที่เปลี่ยนจากดีไซเนอร์ที่มีแค่ไอเดีย ให้กลายเป็นผู้สร้างแบรนด์ที่ก้าวสู่ระดับสากลอย่างแท้จริงเลยหละ

ภาพปก https://www.lvmhprize.com/

อ้างอิง https://www.lvmhprize.com/en/discover-the-prize

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *