ทำความรู้จักกฏหมาย ESPR ก่อนขยายแบรนด์ไปยุโรป

ข้อมูลอัพเดท 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมาย ผู้ประกอบการควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งทางการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนตัดสินใจทางธุรกิจ

ยุโรปถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก สำหรับแบรนด์ไทยที่มีแผนขยายธุรกิจ เปิดป็อปอัพสโตร์ หรือวางจำหน่ายสินค้าในตลาดยุโรป การทำความเข้าใจกฎระเบียบ Ecodesign for Sustainable Products Regulation (ESPR) จึงกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการเข้าสู่ตลาดในเวลานี้

อะไรคือ Ecodesign for Sustainable Products Regulation (ESPR)?

ESPR หรือ Regulation (EU) 2024/1781 เป็นกฎหมายของ EU ที่มีผลบังคับใช้แล้ว มีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน

ESPR ไม่ใช่เพียงกฎหมายสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกรอบกำกับดูแลที่กำหนดมาตรฐานสินค้าทุกชิ้นที่วางจำหน่ายในตลาด EU ไม่ว่าจะผลิตจากประเทศใดก็ตาม

เป้าหมายของ ESPR

หัวใจของ ESPR คือการทำให้สินค้าใน EU มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ซ่อมแซมได้ง่าย ใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรีไซเคิลได้ กฎหมายนี้ขยายขอบเขตจากเดิมที่เน้นเฉพาะสินค้าพลังงาน ไปสู่เกือบทุกประเภทสินค้า ยกเว้น อาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์บางประเภท

ภายใต้กรอบ ESPR คณะกรรมาธิการยุโรปจะออกข้อกำหนดเฉพาะรายกลุ่มสินค้า (Delegated Acts) โดย “สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย” ถูกระบุไว้ใน ESPR Working Plan 2025–2030 ว่าเป็นกลุ่มสำคัญลำดับต้นที่จะได้รับข้อกำหนดเฉพาะในระยะถัดไป


สิ่งที่แบรนด์ไทยต้องรู้และทำ ถ้าอยากขายในยุโรป (ฉบับเบื้องต้น)

1. ความโปร่งใสของข้อมูลสต็อกสินค้า บริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในขอบเขต ESPR มีภาระผูกพันต้องเปิดเผยข้อมูลสินค้าที่ทิ้งแล้ว ทั้งจำนวนและน้ำหนัก ต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์บริษัทเป็นรายปี โดย EU ได้ออก Regulation (EU) 2026/2 กำหนดรูปแบบมาตรฐานการรายงานไว้แล้ว

บริษัทที่อยู่ภายใต้ CSRD สามารถรายงานรวมในรายงาน ESG ได้ บริษัทขนาดกลางจะเริ่มมีภาระผูกพันนี้ตั้งแต่ปี 2030 ส่วนบริษัทขนาดเล็ก (Small และ Micro Enterprise) ได้รับการยกเว้นโดยสมบูรณ์

2. มาตรการห้ามทำลายสินค้าที่ขายไม่ออก (Destruction Ban) ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 บริษัทขนาดใหญ่จะถูกห้ามทำลายสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์เสริม และรองเท้าที่ขายไม่หมด โดยต้องเปลี่ยนไปใช้การรีไซเคิล บริจาค ขายต่อ หรือ Upcycling แทน มาตรการนี้จะขยายไปยังบริษัทขนาดกลาง (พนักงานมากกว่า 50 คน และรายได้ต่อปีเกิน 10 ล้านยูโร) ในปี 2030 ส่วนบริษัทขนาดเล็กและไมโครได้รับการยกเว้น

EU ได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับบางกรณี เช่น สินค้าที่เป็นอันตรายตาม General Product Safety Regulation (EU) 2023/988 หรือสินค้าที่ต้องทำลายตามกฎหมาย โดยบริษัทต้องเก็บเอกสารหลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี

3. พาสปอร์ตดิจิทัล (Digital Product Passport หรือ DPP) DPP เป็นกลไกที่กำหนดให้สินค้าต้องมีระบบข้อมูลดิจิทัล เช่น QR Code เชื่อมโยงไปยังข้อมูลแหล่งที่มาของวัสดุ ส่วนประกอบ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล วิธีซ่อมแซม และแนวทางจัดการเมื่อสิ้นอายุ ข้อมูลทั้งหมดต้องตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่แค่ข้อความการตลาด

DPP จะถูกบังคับใช้เป็นรายกลุ่มสินค้าตามลำดับ ไม่ได้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์พร้อมกัน สำหรับกลุ่มสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย Delegated Act ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ คาดว่าเมื่อออกแล้วแบรนด์จะมีช่วงเวลาปรับตัวอย่างน้อย 18 เดือน แบรนด์ไทยที่จ้างโรงงานผลิต (OEM) ในไทยเพื่อส่งไปขาย EU ก็ต้องเตรียมข้อมูล DPP ตั้งแต่ต้นทาง

4. มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้ง EU ESPR บังคับใช้กับทุกประเทศสมาชิก EU ทั้ง 27 ประเทศ ไม่ว่าสินค้าจะผลิตที่ใด ทั้งแบรนด์ยุโรป แบรนด์ไทย และผู้ผลิต OEM ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเดียวกัน โดยผู้นำเข้าใน EU มีหน้าที่ตรวจสอบความสอดคล้องก่อนวางจำหน่าย


การตรวจสอบและบทลงโทษ

หน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศสมาชิก EU มีอำนาจสุ่มตรวจสินค้า เอกสารทางเทคนิค และระบบ DPP ในตลาด หากพบว่าสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด บทลงโทษเป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งอาจรวมถึงการเรียกคืนสินค้า การสั่งระงับการจำหน่าย หรือการปรับเงิน


แหล่งข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการไทย

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการส่งออกและกฎระเบียบตลาดยุโรป สามารถติดต่อ Department of International Trade Promotion (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่ www.ditp.go.th

ESPR จึงไม่ใช่เพียงกฎหมายสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็น “มาตรฐานใหม่ของการทำธุรกิจ” ในตลาดยุโรป แบรนด์แฟชั่นที่ต้องการยืนระยะในภูมิภาคนี้จำเป็นต้องเริ่มปรับกระบวนการออกแบบ การจัดการซัพพลายเชน และระบบข้อมูลตั้งแต่วันนี้

อ้างอิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *